2006/Oct/22

Chapter 1: Returning The Past

ท้องฟ้ายามเย็นดูมืดมนกว่าปกติ อาจเป็นเพราะเมฆหมอกจากลมฝน มันเป็นฝนในต้นฤดูหนาว ที่เหมือนกับจะซ้ำเติมความหนาวเหน็บทั้งกาย และใจให้แก่ คุโรซาว่า ยูคาริ

ภายใต้ผืนฟ้า ยังมีหญิงสาวผมดำยาวถึงกลางหลัง ใบหน้าขาวผุดผ่อง แต่บัดนี้กลับหม่นหมองไปด้วยความเศร้า นัยน์ตาสีน้ำตาล ที่เคยสดใส บัดนี้ นัยน์ตาคู่นั้นแดงก่ำ จนยากที่มองออกว่า น้ำฝนที่ตกกระทบบนใบหน้าของเธอนั้น บางทีอาจจะเป็นน้ำตา

หญิงสาวก้าวเท้าเดินอย่างระมัดระวัง แม้จะเปียกฝน แต่เธอก็มาถึงที่หมาย ดวงหน้าเศร้าหมองจ้องมองคฤหาสน์ใหญ่เบื้องหน้า คฤหาสน์ร้าง เก่าแก่ มีต้นไม้สูงใหญ่ล้อมรอบ ยิ่งทำให้บรรยากาศชวนน่าขนลุก

เรย์

ชื่อของใครคนหนึ่ง ผุดเข้ามาในห้วงความคิด

ถ้าเพียงแต่วันนั้น

ฤดูฝนเดือนก่อน

เมือง ไดโดจิ

คุโรซาว่า เรย์ เอื้อมมือซ้ายบิดลูกบิดประตู ในขณะที่มืออีกข้างหิ้วกระเป๋าเอกสารสีดำ

ยูจัง เสียงทุ้มของชายหนุ่ม ผมสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าคมคาย และดวงตาคมเข้ม ริมฝีปากสีชาตอนนี้กำลังขยับพูด วันนี้ผมจะกลับบ้านช้าหน่อยนะ พอดีมีธุระ

ธุระอะไรหรอ หญิงสาวเจ้าของผมดำยาว นัยน์ตาสีน้ำตาล เดินออกมาจากหลังครัว

ก็หัวหน้าน่ะสิ บอกให้ไปถ่ายรูปภายในคฤหาสน์ข้างสวนสาธารณะไดโดจิตอนเย็นวันนี้ บอกว่าจะเอาไปทำสกู๊ปเรื่องผีๆ สางๆ เรย์กล่าวด้วยท่าทางเบื่อหน่าย

หญิงสาว เมื่อเห็นดังนั้นจึงยิ้มน้อยๆให้กับสามี เธอเพิ่งแต่งงานกับเรย์ได้สามวัน และมีอายุแค่เพียง 24 ปี

อ๋อ คฤหาสน์ไดโดจิน่ะหรอ เธอกล่าว การถ่ายภาพต่างๆไปลงหัวข้อข่าว มันก็เป็นหน้าที่ของคุณนี่คะ

แต่ว่า คฤหาสน์หลังนั้น ใครๆเค้าก็ลือกันว่าที่มันร้าง เป็นเพราะว่า ภายในบ้านเกิดเหตุฆาตกรรมกันเอง ทำให้คนในบ้านต้องตายกันหมด แค่ผมได้ยินเรื่องแบบนี้ก็ขนลุกแล้ว

ข่าวลือ มันก็คือข่าวลือนะคะ ยูคาริกล่าว ฉันเองยังเคยได้ยินเลยว่า ที่เพราะคฤหาสน์นั่นร้างก็เป็นเพราะว่า เจ้าของคฤหาสน์หลังนั้นเป็นเพียงคุณยายแก่ๆคนนึง ที่ไม่ยอมยกคฤหาสน์ให้ใคร จนสุดท้าย เมื่อแกตายไป คฤหาสน์หลังนั้นเลยยังไม่มีคนมาอยู่ต่อเท่านั้นเอง

เจ้าโทยะมันเล่าให้ผมฟังแบบนี้นี่นา เรย์ขมวดคิ้ว พลางนึกถึงเพื่อนร่วมงานช่างภาพ

ฮิๆ โทยะเล่าให้คุณฟังแบบนี้หรอกเหรอคุณก็รู้นี้ว่าเค้าเป็นคนขี้เล่น เรื่องนี้อาจจะแค่หยอกคุณเล่นๆก็ได้ ยูคาริกลั้วหัวเราะ เอาล่ะ นี่มันจะหกโมงแล้วนะคะ กว่าคุณจะไปถึงที่บริษัทก็อีกตั้งเกือบชั่วโมงไม่ใช่หรอ รีบไปเถอะ คืนนี้ฉันจะเตรียมข้าวเย็นไว้ให้

อื้อ ถ้างั้นคืนนี้เจอกันนะ เรย์กล่าว และน้อมตัวลงหอมแก้มภรรยา ก่อนที่ก้าวท้าวออกจากบ้าน

แหมๆ ข้าวใหม่ปลามันก็ยังงี้ล่ะนะ หญิงสาวในชุดนอนผ้าแพรสีขาวกล่าว ผิวขาวผ่อง ผมสีดำรวบไว้บนศีรษะ ที่ใบหน้าของเธอเริ่มมีรอยลึกที่ร่องแก้มเธอกำลังก้าวลงจากบันไดช้าๆ

โธ่ แม่คะ ตอนหนูเด็กๆ หนูยังเห็นแม่ทำแบบนี้กับพ่อบ่อยๆเลย ยูคาริ หน้าแดง

ก็แหงละ ฉันกับพ่อแกหน่ะ รักกันจะตาย แต่นั่นมันก็เรื่องเมื่อก่อนน่ะนะ ช่างมันเถอะ ฮานาคาริ มิกิ นึกถึงสมัยที่เธอยังอยู่ด้วยกันกับสามี ก่อนที่สามีของเธอจะเสียชีวิต

ยูคาริรับรู้เพียงว่า พ่อของเธอโดนรถชน เสียชีวิตเมื่อเธออายุเพียงเจ็ดขวบ

หญิงสาวเดินเข้าไปในครัว กลิ่นหอมกรุ่นของซุปเต้าเจี้ยวยังคงอยู่ เธอบรรจงเรียงเส้นบะหมี่ลงบนจานแก้ว แล้วโปะหน้าด้วยเนื้อหมูอบเนยแผ่นบาง

สามีแกทำงานหนักแบบนี้ แกยิ่งต้องทำตัวให้ดีรู้มั้ย อย่าให้ได้ชื่อว่ามาจากตระกูลฮานาคาริแล้วทำตัวเรื่อยเปื่อยตามใจชอบ ผู้เป็นแม่นั่งลงบนเก้าอี้โต๊ะอาหารไม้สนทั้งชุด ที่อยู่ในห้องทานอาหารเยื้องกับห้องครัว เข้ากับพื้นหินอ่อนสีเนื้อ และผนังสีส้มอ่อนๆได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ผู้เป็นลูกสาว นำอาหารเช้ามาเสิร์ฟก่อนที่จะนั่งลงข้างๆเธอ และจัดการกับอาหารตรงหน้าร่วมกัน

แม่ละก็ เห็นหนูเป็นคนแบบนั้นรึไงคะ ผู้เป็นลูกยิ้มน้อยๆ แม่ก็รู้ ว่าหนูกับเค้ารักกันมาก และก็รักกันมานานขนาดไหน กว่าเราจะตัดสินใจแต่งงานกัน หนูคงไม่ทำตัวเหลวไหลจนถึงขั้นที่ใครเค้าจะเอาเรื่องของเราไปนินทาหรอกค่ะ

ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีแล้ว แม่หน่ะห่วงแค่แกจะไม่รู้จักโต จนต้องคอยพึ่งพาสามีตลอดเวลาน่ะสิ มิกิกล่าวด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน เธอซดน้ำซุปไปหนึ่งช้อน ก่อนที่จะพูดต่อ แต่เห็นแกมีความรับผิดชอบแบบนี้ แม่ก็อุ่นใจ

อื้ม แม่คะ คืนนี้หนูว่าจะสั่งซูชิมากินกันที่บ้านดีมั๊ย ยูคาริทำสีหน้าเบิกบาน แต่ผู้เป็นแม่กลับเลิกคิ้วมองเธอ

ของแพงแบบนั้น แกจะสั่งมาทำไมให้เปลืองเงิน ข้าวมีก็กินๆเข้าไปสิ

น่า นะ แม่ นานๆทีเรย์เค้าคงดีใจนะ ที่กลับมาจากทำงานเหนื่อยๆก็ได้กินข้าวด้วยกันพร้อมหน้ากับคนในครอบครัว เอาเป็นว่า หนูจะแช่เบียร์ไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยนะ ถ้าเค้ากลับมาจะได้เย็นพอดี ผู้เป็นลูกกล่าวสีหน้าเบิกบาน

จะเอาไงก็เอาเถอะ อย่าให้มันบ่อยมากละกันนะ ผู้เป็นแม่ส่ายหัวอย่างเอือมระอา ก่อนที่จะเอะใจกับคำพูดของลูกสาว เอ๊ะ เมื่อกี้แกบอกว่าคืนนี้รึ ไม่ใช่เย็นนี้หรอกเหรอ สามีแกต้องกลับบ้านช้ารึไง

ใช่ค่ะ พอดีเค้ามีธุระต้องไปถ่ายภาพเพื่อเอาไปทำสกู๊ปน่ะ ยูคาริตอบแบบสั้นๆ หรือแม่จะกินข้าวเย็นก่อนก็ไม่ว่าอะไรนะ

เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องไปกินข้าวคนเดียวหืม มิกิทำหน้ากวนใส่ลูกสาว

_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _

นี่ ป่านนี้สามีแกยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ ฉันหิวจะแย่แล้วนะ มิกิกล่าวพลางจ้องมองชุดซูชิตรงหน้า บรรยากาศในห้องตอนนี้เงียบสงัด

ก็หนูบอกแล้วไง ว่าถ้าแม่หิวก็กินไปก่อนก็ได้ พวกเราไม่คิดอะไรหรอก

อะไรกัน ฉันเองก็รู้จักคำว่ามารยาทเหมือนกันนะ ถึงเราจะเป็นคนกันเองก็เถอะ แต่มารยาทบนโต๊ะอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญ ฉันรู้ดี

เอ นี่มันจะสามทุ่มแล้วนะ มัวแต่ไปทำอะไรที่ไหนอยู่เนี่ย อย่างน้อยโทรมาบอกคนที่บ้านซักนิดก็ได้นี่นา หญิงสาวกระวนกระวาย ไม่ได้การละ หนูจะลองโทรตามหน่อย ว่าแล้ว ยูคาริก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้และตรงไปที่โทรศัพท์ ตอนนี้เธอกำลังรอเสียงรอสายหลังจากที่กดเบอร์โทร

ตรู้ด ตรู้ด

เสียงรอสายดังเป็นระยะ บ่งบอกว่าการติดต่อสำเร็จ เพียงแต่ยังไม่มีคนรับสายแต่เธอก็ต้องแปลกใจ ที่ผู้ที่รับโทรศัพท์ ไม่ใช่สามีของเธอ

อือ อือออออ อา ครืดดดด

เสียงคราง แหบแห้ง ดังมาจากโทรศัพท์ เป็นเสียงที่ฟังดูน่าขนลุก และน่าทรมาน

ฮาโหล นั่นใครน่ะ! เรย์ คุณอยู่ไหน!

โอวววววว ครืดดดด

เสียงสยองขวัญป่วนประสาทของยูคาริอีกครั้ง เธอวางสายทันทีที่ได้ยิน

มีอะไรรึ ทำไมถึงต้องรีบวางสายแบบนั้น มิกิเอ่ยถาม

ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูคงกดเบอร์ผิด ผู้เป็นลูกตอบ เธอพยายามกดเบอร์ของสามีใหม่อีกครั้ง เธอบรรจงกดตัวเลขช้าๆ และก็แน่ใจว่าครั้งนี้ต้องเป็นเบอร์ของสามีเธอแน่นอน หลังจากที่ฟังเสียงรอสาย

อือออออ โอววววว

ยูคาริขนลุกซู่ เธอวางสายทันทีด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปที่โทรศัพท์ราวกับจะไม่เชื่อหูตัวเอง ร่างกายของเธอตอนนี้แข็งเกร็งไปหมด เธอมั่นใจว่าเสียงเมื่อกี้ไม่ใช่เสียงของสามีเธอ เสียงที่เธอฟังกับหูนั้น ฟังยังไงก็เป็นเสียงของคนทรมาน มันเป็นเสียงของอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่เธอไม่อยากนึกคิด

ยู! เป็นอะไรไป! มิกิตะโกนถามเมื่อเห็นอาการของลูกสาว แต่เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เพียงแต่ทรุดตัวลง และทำท่าช็อคกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ตอนนี้ แม้แต่จะพูดอะไรซักคำก็ยากต่อเธอแล้ว

บอกมาซิ ว่าสามีแกอยู่ที่ไหน! ผู้เป็นแม่ถามซ้ำ ที่ว่าต้องไปถ่ายภาพหน่ะ ไปถ่ายที่ไหน! เธอพยายามถามยูคาริซ้ำๆ จนในที่สุดอาการกลัวเริ่มหายไป

คฤหาสน์ไดโดจิค่ะ

เมื่อได้ฟังดังนั้น มิกิก็รู้สึกราวกับอัสนีบาตฟาดฟันลงบนตัวเธอ ดวงตาเบิกกว้าง จ้องมองไปที่ลูกสาว และก็ทรุดตัวลงตาม

คฤหาสน์ผีสิงนั่นน่ะเหรอ


edit @ 2006/10/22 02:58:02